การพาสินค้าไทยบุกตลาดเวียดนามด้วยกลยุทธ์ Influencer Marketing เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ “ถูกทาง” และ “ถูกเวลา” มากที่สุดในตอนนี้ เพราะตลาดเวียดนามไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดใหม่ที่เหมาะสำหรับการขยายธุรกิจ แต่ยังเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ดิจิทัล และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันไปกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จนทำให้ได้รับอิทธิพลในการเลือกซื้อสินค้าจากอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ ผู้บริโภคเวียดนามยังมีทัศนคติเชิงบวกต่อสินค้าไทยเป็นทุนเดิม เพราะฉะนั้นแล้ว การผสานจุดเด่นทั้งในด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย เข้ากับพลังของอินฟลูเอนเซอร์เวียดนามที่มีความเข้าใจในวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปั้นแบรนด์ไทยให้ดังจริง ขายได้จริง และเติบโตได้จริงในตลาดเวียดนาม
ทำไมตลาดเวียดนามถึงเป็น “โอกาสทอง” สำหรับสินค้าไทยในตอนนี้ ?
ตลาดเวียดนามกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งทางด้านเศรษฐกิจและดิจิทัล ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการทำ Influencer Marketing เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแบรนด์สินค้าไทยที่ต้องการขยายตลาด และสร้างการเติบโตอย่างเป็นยั่งยืนในระยะยาว
ประชากรหนุ่มสาว และกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Demographic Dividend)
เวียดนามมีประชากรมากถึงเกือบ 100 ล้านคน โดยประชากรส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยทำงาน รวมถึงกลุ่ม Gen Z และ Gen Y ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มากถึง 56 ล้านคน ซึ่งประชากรกลุ่มนี้ไม่เพียงมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและพร้อมรับแบรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ จนกลายมาเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการทำการตลาดออนไลน์ และ Influencer Marketing ในปัจจุบันนี้
โดย GDP ในไตรมาสที่ 3 ของเวียดนามในปี 2025 ที่ผ่านมา ขยายตัวมากถึง 8% และมีมูลค่ามากกว่า 3.27 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง และกำลังซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ความงาม อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค
สังคม “Mobile-First” และพฤติกรรมการเสพติดโซเชียลมีเดีย
เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชากรใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กติดอันดับ Top 20 ของโลก โดยข้อมูลจาก MeltWater และ WeAreSocial ระบุว่า เวียดนามมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากถึง 73.3% ของประชากรทั้งหมด และที่น่าสนใจคือ ชาวเวียดนามส่วนใหญ่ใช้เวลาเฉลี่ยบนโลกอินเทอร์เน็ตมากถึง 2 ชั่วโมง 25 นาที ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเสพคอนเทนต์ การค้นหาข้อมูล หรือการเลือกซื้อสินค้า
ดังนั้น กลยุทธ์ Influencer Marketing จึงได้กลายมาเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด สร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยเปลี่ยนการรับรู้ให้กลายเป็นความสนใจ จนต่อยอดไปสู่การช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อสินค้าได้เป็นอย่างดี
เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตแรง ดันตลาด E-commerce เวียดนามพุ่งต่อเนื่อง
นอกจากตัวเลข GDP ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น เวียดนามยังมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อกันถึง 3 ปี โดยสื่อท้องถิ่นเวียดนามได้มีการรายงานว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจดิจิทัลของเวียดนามเติบโตราว 7.21 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.25 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นอย่างมาก
ซึ่งการเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น จนนำไปสู่โอกาสที่ธุรกิจต่าง ๆ จะสามารถใช้ Influencer Marketing เพื่อเป็นตัวเร่งสำคัญในการสร้างการรับรู้ กระตุ้นความสนใจ และผลักดันสินค้าในตลาดเวียดนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต้มต่อของสินค้าไทย: Trust & Value ที่ผู้บริโภคเวียดนามเชื่อมั่น
ในมุมมองของผู้บริโภคเวียดนาม สินค้าไทยถูกวางตำแหน่งไว้ตรงกลางระหว่างสินค้าราคาถูกจากจีน และสินค้าพรีเมียมจากญี่ปุ่นหรือเกาหลี ส่งผลให้แบรนด์ไทยมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และสินค้าไลฟ์สไตล์
ด้วยภาพลักษณ์ดังกล่าว ทำให้การสื่อสารผ่าน Influencer คือ กลยุทธ์ที่แบรนด์สามารถแนะนำสินค้าไทยได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยลดกำแพงความไม่มั่นใจของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอินฟลูเอนเซอร์สามารถสื่อสารประสบการณ์การใช้งานสินค้าจริงได้อย่างตรงจุด ทำให้ผู้บริโภคเปิดใจรับฟัง และพร้อมพิจารณาเลือกซื้อสินค้าไทยมากกว่าสินค้าจากบางประเทศ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการบุกตลาดเวียดนามในระยะยาว

เจาะลึก Insight ของ Influencer เวียดนาม (The Key Drivers)
Influencer เวียดนามมีภาพลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างไปจาก Influencer ในประเทศอื่น ๆ อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นแล้ว แบรนด์ไทยจึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจความแตกต่างนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อให้การวางกลยุทธ์ Influencer Marketing ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
Facebook ยังครองแชมป์ตลาด และ TikTok ยังคงมาแรงต่อเนื่อง
แม้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook จะเริ่มได้รับความนิยมลดลงในหลายประเทศ แต่สำหรับประเทศเวียดนาม Facebook ยังคงเป็น “Super App” ที่เป็นพื้นที่หลักในการติดตามข่าวสาร พูดคุย และซื้อขายสินค้า
- Facebook : เหมาะสำหรับการทำ Mass Reach การสร้าง Community Group ที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในเวียดนาม รวมถึงการ Livestream ขายสินค้า
- TikTok : Growth Engine ตัวใหม่ของตลาดเวียดนาม โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่ชื่นชอบคอนเทนต์สั้นที่สนุกและเข้าถึงง่าย นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเด่นที่ตอบโจทย์ Influencer คือ การทำ Affiliate หรือการติดตะกร้า TikTok Shop ที่สามารถช่วยเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้ซื้อได้ทันที
- YouTube : ยังคงมีบทบาทสำคัญสำหรับคอนเทนต์รีวิวเชิงลึก (Long-form Review) และคอนเทนต์บันเทิง
- Zalo : แอปแชทของเวียดนาม ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พื้นที่หลักของ Influencer แต่ก็ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำ CRM, การสื่อสารกับลูกค้า และการปิดการขายในกลุ่มปิด
พลังของ KOC (Key Opinion Consumer) ที่ขับเคลื่อน Conversion ได้จริง
เช่นเดียวกับเทรนด์จากประเทศอื่น ๆ ผู้บริโภคเวียดนามเริ่มเชื่อถือ Mega Influencer รวมถึงดาราและคนดังน้อยลง และหันมาให้ความสำคัญกับ KOC (Key Opinion Consumer) หรือ Micro-Influencers ที่มีภาพลักษณ์เหมือนคนธรรมดา และดูใกล้ชิดกับผู้ใช้งานจริงมากกว่า
- KOC ถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้งานสินค้าจริง รีวิวตรงไปตรงมา และให้ความคิดเห็นที่เข้าถึงได้ง่าย จึงสามารถช่วยสร้างความรู้สึกจริงใจ (Authentic) และความน่าเชื่อถือได้มากกว่าในสายตาผู้บริโภค
- การใช้ KOC จำนวนมากในรูปแบบ Seeding ไม่ว่าจะเป็นการรีวิวสินค้าใน Facebook Community หรือการทำคอนเทนต์รีวิวสไตล์บ้าน ๆ บน TikTok สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านยอดขายได้ดีกว่าการใช้งบประมาณไปกับอินฟลูเอนเซอร์เบอร์ใหญ่เพียงคนเดียว
Social Commerce และ Livestreaming คือ วิถีชีวิตของผู้บริโภค
การซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผู้บริโภคเวียดนาม แต่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
- ผู้บริโภคเวียดนามคุ้นเคยกับการดูอินฟลูเอนเซอร์ไลฟ์สดรีวิวสินค้า การพูดคุย และการตอบคำถามบนแพลตฟอร์ม Facebook หรือ TikTok รวมถึงการทักแชทเพื่อสั่งซื้อ (Conversational Commerce) หรือกดสั่งซื้อผ่านระบบตะกร้าในทันที โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม
- Insight สำคัญในการเลือก Influencer คือ อินฟลูเอนเซอร์ที่สามารถเอนเทอร์เทนผู้ชม ไปพร้อม ๆ กับการขายสินค้าได้อย่างน่าสนใจ หรือที่เรียกกันว่า Shoppertainment มักจะได้รับความนิยมสูง เนื่องจากสามารถดึงดูดผู้ชมให้อยู่ได้นาน รวมถึงช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ และเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้าของแบรนด์ได้

ธุรกิจไทยที่มีศักยภาพสูงในการบุกตลาดเวียดนามด้วยกลยุทธ์ Influencer Marketing
ในปัจจุบันนี้ มีธุรกิจไทยจำนวนมากที่มีศักยภาพในการบุกตลาดเวียดนามและสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่
อันดับ 1 : ผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย (Beauty & Personal Care)
ตลาดความงามในเวียดนามมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภครุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณและบุคลิกภาพกันมากขึ้น อีกทั้งยังพร้อมเปิดรับแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้สินค้าไทยที่มีจุดแข็งในด้านความคุ้มค่า คุณภาพ รวมถึงส่วนผสมจากธรรมชาติและสมุนไพร ที่สอดคล้องกับเทรนด์ Clean Beauty ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น จึงสามารถบุกตลาดเวียดนามได้ไม่ยาก
- สินค้าแนะนำ : สกินแคร์ (โดยเฉพาะกลุ่ม Whitening และรักษาสิว), เครื่องสำอางในราคาจับต้องได้ รวมถึงสบู่ โลชั่น และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสมุนไพร
- กลยุทธ์ Influencer :
- ใช้ KOC สายบิวตี้บน TikTok ทำคอนเทนต์ Before/After หรือคอนเทนต์แนว Get Ready With Me พร้อมติดตะกร้า TikTok Shop เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ทันที
- ใช้ Beauty Blogger บน Facebook และ YouTube ทำรีวิวเชิงลึกเกี่ยวกับส่วนผสมและผลลัพธ์ของสินค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
อันดับ 2 : กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage)
คนไทยและคนเวียดนามมีวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังมีความชื่นชอบในอาหารรสชาติจัดจ้าน กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สำคัญคนเวียดนามยังคุ้นเคยและเปิดใจรับอาหารไทยเป็นทุนเดิม ทำให้อาหารและเครื่องดื่มจากไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะทดลองซื้อสินค้าและตัดสินใจซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง
- สินค้าแนะนำ : ขนมขบเคี้ยวรสชาติไทย ๆ (เช่น รสต้มยำ และรสลาบ), เครื่องดื่มสำเร็จรูป ชา และกาแฟจากไทย รวมถึงเครื่องปรุงรส และน้ำจิ้มสำเร็จรูป
- กลยุทธ์ Influencer :
- ทำคอนเทนต์ร่วมกับ Food Reviewer หรือ Mukbang สายกินบน TikTok และ YouTube เพื่อรีวิวรสชาติ และประสบการณ์ในการรับประทานอาหาร เพื่อกระตุ้นความอยากลองสินค้า
- ใช้ Influencer สายไลฟ์สไตล์ หรือแม่บ้าน สร้างคอนเทนต์สอนทำอาหารง่าย ๆ ด้วยเครื่องปรุงไทย เพื่อนำเสนอวิธีการใช้งานจริง และเพิ่มโอกาสในการซื้อซ้ำ
อันดับ 3 : กลุ่มสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ในราคาที่เข้าถึงได้ (Affordable Fashion & Lifestyle)
ผู้บริโภค Gen Z ในเวียดนาม ให้ความสนใจและติดตามเทรนด์แฟชั่นอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังชื่นชอบสินค้าที่มีดีไซน์และสไตล์ที่โดดเด่นในราคาที่สามารถจับต้องได้ ทำให้สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากไทย เช่น เสื้อยืด กระเป๋าผ้า และเครื่องประดับเงิน ที่มีเอกลักษณ์ ดีไซน์สวยงาม และคุณภาพเหมาะสม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้มากกว่าสินค้าราคาประหยัดจากบางประเทศ
- สินค้าแนะนำ : เสื้อผ้าแนว Streetwear, ชุดอยู่บ้าน หรือชุดลำลองดีไซน์น่ารัก ๆ, เครื่องประดับแฟชั่น รวมถึงของใช้ในบ้าน และไอเทมไลฟ์สไตล์ที่มีดีไซน์เก๋ ๆ
- กลยุทธ์ Influencer :
- เน้นการสร้างคอนเทนต์แนว OOTD (Outfit of the Day) หรือวิดีโอ Haul เปิดถุงช็อปปิง ร่วมกับ Influencer สายแฟชั่นบน TikTok และ Instagram เพื่อโชว์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานจริง
- ใช้ Livestream บน Facebook ในการไลฟ์ขายสด พร้อมจัดแคมเปญหรือโปรโมชันจำกัดเวลา เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าแบบเรียลไทม์
เวียดนามเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพ ทั้งในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค และพฤติกรรมการใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำการตลาดออนไลน์ และกลยุทธ์ Influencer Marketing เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้ว การเลือกใช้ KOC และ Micro-Influencers ที่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าได้จริง โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook และ TikTok ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยทำให้แบรนด์ไทยสามารถสื่อสารจุดแข็งในด้านคุณภาพ ความคุ้มค่า และความจริงใจได้อย่างโดดเด่น จนสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตในตลาดเวียดนามได้อย่างยั่งยืน
Go Online Agency พร้อมพาแบรนด์ของคุณบุกตลาดเวียดนามด้วยบริการ Globalyst Influencer Marketing ที่ออกแบบมาเพื่อการช่วยสร้างการรับรู้และเพิ่มยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญเรายังมีทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้ KOC และ Micro-Influencers เพื่อการสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook และ TikTok อย่างตรงจุด อย่าพลาดโอกาสที่จะทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่น และเพิ่มโอกาสในการเติบโตได้อย่างยั่งยืน !!





















