ปฏิเสธไม่ได้ว่า พฤติกรรมการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของชาวเกาหลีใต้ในปัจจุบันนี้ ล้วนได้รับอิทธิพลมาจากคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย และการรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์โดยตรง เนื่องจากผู้บริโภคล้วนมองว่า อินฟลูเอนเซอร์ มักรีวิวสินค้าจากประสบการณ์จริง และให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อหามากกว่าแค่การโปรโมตสินค้าอย่างผิวเผิน
ส่งผลให้ Influencer Marketing ในตลาดเกาหลีใต้ กลายเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ และกระตุ้นการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำหรับเจ้าของธุรกิจไทยที่กำลังมองหาโอกาสในการขยายตลาดสินค้าไทยเข้าสู่เกาหลีใต้ นี่คือ Insight ที่ไม่ควรมองข้าม
เจาะลึกพฤติกรรมการเสพสื่อ และความเชื่อมั่นใน อินฟลูเอนเซอร์ ของชาวเกาหลี
ชาวเกาหลีใต้มีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียในระดับที่สูงมาก อีกทั้งยังมีความคุ้นเคยกับการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร และรีวิวสินค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ เป็นอย่างดี ทำให้ชาวเกาหลีใต้เชื่อถือและให้ความไว้วางใจในอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าตลาดอื่น ๆ จากทั่วโลกอย่างชัดเจน
- ปริมาณการใช้โซเชียลมีเดีย: ข้อมูลในปี 2025 ระบุว่า ชาวเกาหลีใต้มีอัตราการใช้งานโซเชียลมีเดียสูงถึงประมาณ 94.7% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
- อิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ: ผลสำรวจจาก Uppity บริษัทผู้สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับข่าวการเงินในกรุงโซล ระบุว่า ผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ในช่วงอายุ 20-30 ปี กว่า 72.3% เลือกซื้อสินค้าและบริการที่ได้รับการรีวิวหรือแนะนำจากอินฟลูเกาหลี
บทบาทของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในตลาดเกาหลีใต้:
- YouTube: แพลตฟอร์มหลักอันดับหนึ่งในเกาหลีใต้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ YouTube แค่เพียงเพื่อรับชมวิดีโอ แต่ยังใช้เป็น Search Engine ค้นหารีวิวสินค้าทุกประเภท และชาวเกาหลีใต้ยังใช้เวลาบน YouTube มากที่สุดเมื่อเทียบกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ
- Instagram: แพลตฟอร์มที่ครองใจคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ที่สนใจในด้านภาพลักษณ์ ไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และความงาม
- Naver: แพลตฟอร์มการค้นหาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการสำรวจรีวิวสินค้าและแบรนด์ แม้ภาพลักษณ์ของแพลตฟอร์มจะดูเก่า แต่ยังคงมีประสิทธิภาพสำหรับการทำ SEO และการหาข้อมูลเชิงลึกเป็นอย่างมาก อีกทั้งผู้บริโภคเกาหลีใต้ยังมักจะ “ค้นหาข้อมูลซ้ำ” ใน Naver ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อจริง
- KakaoTalk: เป็น Super App ที่ชาวเกาหลีใต้ทุกคนใช้งานในชีวิตประจำวัน และมีฟีเจอร์อย่าง “Kakao Shopping Live” ที่กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง

Insight ของ อินฟลูเอนเซอร์ เกาหลี และรูปแบบการทำงาน
อินฟลูเกาหลีมีความเป็นมืออาชีพสูง ทั้งในด้านกระบวนการทำงาน มาตรฐานการนำเสนอข้อมูล และความใส่ใจในการค้นหารายละเอียดเชิงลึกของสินค้า อีกทั้งยังมีรูปแบบในการสร้างคอนเทนต์ที่ชัดเจนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างไปจากอินฟลูเอนเซอร์จากประเทศอื่น ๆ อย่างชัดเจน
- เน้น “ความจริงใจ” และ “คุณภาพของข้อมูล” (Authenticity & Information): ผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่มีความอ่อนไหวต่อโฆษณาแฝง หรือการ Tie-in สินค้า (Backdoor Advertising – 뒷광고) หากอินฟลูเอนเซอร์ถูกตรวจพบว่ามีการรับสปอนเซอร์โดยที่ไม่แจ้งข้อมูลให้ชัดเจน อาจทำให้ได้รับกระแสตีกลับอย่างรุนแรงจนส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในระยะยาว ในขณะเดียวกัน คอนเทนต์ที่ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสปอนเซอร์ (Paid Partnership) ซึ่งมีการให้ข้อมูลที่ละเอียด จริงใจ และแสดงให้เห็นถึงการใช้งานจริง จะได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มผู้บริโภคมากกว่า
- พลังของ Micro-Influencer: ผู้บริโภคในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ให้ความสนใจ Micro หรือ Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1k – 50k) ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Niche) มีการแบ่งปันประสบการณ์จริง และมีฐานผู้ติดตามที่ชัดเจน ซึ่งอินฟลูเกาหลีในกลุ่มนี้มักมี Engagement Rate ที่สูงกว่า และสามารถสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและจริงใจกับผู้ติดตามได้ดีกว่า
- มาตรฐานด้าน Visual และโปรดักชันที่โดดเด่น: ชาวเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของภาพและวิดีโอเป็นอย่างมาก คอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์ต้องมีภาพสวย คุมโทนชัดเจน และมีการตัดต่ออย่างมืออาชีพ เพื่อดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย และช่วยให้คอนเทนต์สามารถแข่งขันได้บนแพลตฟอร์มที่มีการลงคอนเทนต์ต่อเนื่อง
ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยในมุมมองของผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้
ผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้มีภาพจำและทัศนคติที่ดีต่อสินค้าไทยในบางหมวดหมู่ โดยเฉพาะสินค้าที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนและแตกต่างจากสินค้าในประเทศ
- อาหารและเครื่องดื่ม: อาหารไทยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในเกาหลีใต้ เนื่องด้วยความโดดเด่นด้านรสชาติที่อร่อย จัดจ้าน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และประกอบไปด้วยสมุนไพรธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ
- ผลิตภัณฑ์ความงามและสปา: สินค้าในกลุ่มสปา อโรมาเธอราพี สบู่สมุนไพร และสกินแคร์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มักถูกมองว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการซื้อเป็นของฝาก เนื่องจากสินค้าดังกล่าวสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้ที่ชื่นชอบความผ่อนคลาย ความเป็นธรรมชาติ และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
- งานดีไซน์และแฟชั่น: สินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ และแบรนด์ดีไซเนอร์จากไทย ที่มีดีไซน์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ในเกาหลีที่กำลังมองหาสินค้าที่ช่วยสร้างความแตกต่าง อีกทั้งยังสามารถสะท้อนตัวตนและรสนิยมของตนเองออกมาได้อย่างชัดเจน

ธุรกิจไทยที่มีศักยภาพในการบุกตลาดเกาหลีใต้ผ่าน Influencer Marketing
จาก Insight ที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ มีธุรกิจไทยหลากหลายประเภทที่มีศักยภาพในการขยายตลาดสู่เกาหลีใต้ผ่านกลยุทธ์ Influencer Marketing เพื่อการเข้าถึงผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อันดับ 1 : ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูป / เครื่องปรุงรส
- เหตุผล: แม้กระแส “K-Food” จะทำให้อาหารเกาหลีได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้บริโภคชาวเกาหลีเองก็ยังคงให้ความสนใจและเปิดรับรสชาติใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอาหารไทยที่มีภาพลักษณ์ด้านรสชาติที่จัดจ้าน มีเอกลักษณ์ และหลากหลาย ยิ่งเมื่อเทรนด์การทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน (Home Cooking) และการแคมป์ปิ้งกำลังมาแรง เครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่ช่วยให้การทำอาหารไทยเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้น จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี
- สินค้าแนะนำ: ซอสปรุงรส น้ำพริก ผงปรุงรสสำเร็จรูป (เช่น ต้มยำ แกงเขียวหวาน) เส้นก๋วยเตี๋ยว และขนมขบเคี้ยวรสชาติไทย (เช่น รสต้มยำ รสมะม่วง)
กลยุทธ์ Influencer:
- จับมือกับ YouTube Creator สายทำอาหาร/กินโชว์ (Mukbang) โดยให้อินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ทำเมนูอาหารไทยง่าย ๆ ร่วมกับการใช้สินค้าของแบรนด์ หรือรีวิวรสชาติแบบจัดเต็ม
- เสริมทัพด้วย Instagram Influencer สายไลฟ์สไตล์/แคมป์ปิ้ง โดยการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการพกพาสินค้าไปทำอาหารกินนอกสถานที่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสะดวกสบายและการใช้งานที่หลากหลาย
H3 อันดับ 2: ธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามและสกินแคร์ (เน้นส่วนผสมธรรมชาติ/สมุนไพร)
- เหตุผล: ถึงแม้ว่าตลาดสินค้าบิวตี้ของเกาหลีใต้จะมีการแข่งขันที่สูงมาก แต่ก็ยังคงเปิดรับแบรนด์ใหม่ ๆ ที่มีจุดขายที่โดดเด่นและแตกต่างไปจากสินค้าในตลาดอย่างชัดเจน ส่งผลให้สินค้าไทยที่มีส่วนผสมจากสมุนไพร หรือสินค้าที่เน้นความเป็นธรรมชาติภายใต้แนวคิด Clean Beauty จึงสามารถสร้างความแตกต่าง และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของส่วนผสมได้
- สินค้าแนะนำ: สกินแคร์จากสมุนไพรไทย (เช่น มะขาม ขมิ้น ใบบัวบก) ผลิตภัณฑ์สปา (เช่น สครับ น้ำมันนวด เทียนหอมกลิ่นไทย ๆ) รวมถึงยาดมหรือยาหม่องในแพ็กเกจจิ้งที่ทันสมัย
กลยุทธ์ Influencer:
- เลือกใช้ YouTuber สาย Beauty / Instagram Influencer ที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ส่วนผสม (Ingredient-focused) ในการนำเสนอคอนเทนต์เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกว่าสมุนไพรไทยดีอย่างไร
- ให้อินฟลูเอนเซอร์ทำคอนเทนต์ “Get Ready With Me” หรือ “Skincare Routine” พร้อมนำเสนอสินค้าของแบรนด์
- เน้นการรีวิวแบบ Before/After จากอินฟลูเกาหลี ที่แสดงผลลัพธ์ในการใช้งานอย่างชัดเจน แต่ต้องไม่โฆษณาเกินจริง
H3 อันดับ 3: ธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ (เน้นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์)
- เหตุผล: ผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Y และ Gen Z ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนผ่านแฟชั่น อีกทั้งยังเริ่มมองหาแบรนด์ที่มีความแตกต่างและไม่ซ้ำใคร (Unique) กันมากขึ้น ดังนั้น สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากไทยที่มีดีไซน์โดดเด่น งานคราฟต์ หรือสไตล์มินิมอล จึงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
- สินค้าแนะนำ: เสื้อผ้าดีไซเนอร์แบรนด์ไทย กระเป๋าและรองเท้างานคราฟต์ เครื่องประดับเงิน รวมถึงชุดว่ายน้ำหรือชุดไปทะเล
กลยุทธ์ Influencer:
- ทำงานร่วมกับ Instagram Influencer สายแฟชั่น (Fashionista) ที่มีสไตล์การแต่งตัวที่ชัดเจน โดยให้อินฟลูเอนเซอร์ลองมิกซ์แอนด์แมตช์สินค้าไทยกับลุคประจำวันเพื่อนำเสนอแฟชั่นในสไตล์ใหม่ ๆ
- เน้นการภาพถ่ายสินค้าที่สวยงาม คุมโทน (Aesthetic) เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูดีมีสไตล์
- ทำคอนเทนต์แนว OOTD (Outfit of the Day) หรือ Lookbook
จะเห็นได้ว่า ตลาดเกาหลียังคงเปิดโอกาสให้กับสินค้าไทยที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จในการบุกตลาดเกาหลีนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแบรนด์ไทยมีการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับสินค้า ควบคู่กับการนำเสนอคอนเทนต์ที่จริงใจและมีคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่ฉลาดเลือกอย่างชาวเกาหลี















